ผลงานประจักษ์...สะกดความสับสนของภาคประชาชนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
การก่อตั้งสภาองค์กรวิทยุ-โทรทัศน์ท้องถิ่นแห่งชาติ ขึ้นมาเป็นศูนย์รวมของการต่อสู่เพื่อเรียกร้องสิทธิ เสรีภาพของภาคประชาชน “สรายุทธ์ บุญเลิศกุล” ได้ผลักดัน “การลงทะเบียนใบสีฟ้า” เพื่อแสดงเจตนารมณ์ของภาคประชาชนที่ต้องการทำวิทยุธุรกิจ หยุดความสับสนของภาคประชาชน และภาครัฐที่มีเจตนาแอบแฝงในการผลักดันให้ภาคประชาชนต้องเป็นวิทยุชุมชนเท่านั้น
หลังการรวมตัวลงทะเบียนใบสีฟ้า เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2551 กระแสการข่มขู่จากผู้ถืออำนาจของรัฐกระพืมโหมแรงหวังเร่งวิทยุธุรกิจเข้าสู่กรอบวิทยุชุมชน แต่สภาองค์กรวิทยุ-โทรทัศน์ท้องถิ่นแห่งชาติ ภายใต้การนำของ “วิโรจน์ พูลสุข” ได้ฝ่ากระแสนำมวลชนเข้าจดทะเบียนเป็นวิทยุธุรกิจต่อ กทชได้กว่า 1,200 สถานี
กระบวนการรับรองของ กทช. จึงบังเกิดขึ้น พร้อมกับความเชื่อมั่นของภาคประชาชนที่มีต่อสภาองคืกรวิทยุ-โทรทัศน์ท้องถิ่นแหงชาติได้เพิ่มสูงขึ้น ทำให้มวลชนที่ได้รับผลกระทบกลับเข้าสู่ที่ตั้ง สภาวะของความเดือดร้อนเริ่มหดหาย
ภาคประชาชนกลับเข้าสู่ระบบการทำธุรกิจ แต่ “วิโรจน์ พูลสุข” กับ “สรายุทธ์ บุญเลิศกุล” ไม่ไว้วางใจต่อสถานการณ์ เพราะการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลเริ่มยกร่างกฎหมายจัดสรรคลื่นความถี่ที่จำกัดสิทธิ เสรีภาพของภาคประชาชนในการใช้คลื่นความถี่ กระบวนการตรากฎหมายเพื่อยึดคลื่นวิทยุธุรกิจภาคประชาชนเข้าสู่ระบบการเปิดประมูลจึงเริ่มขึ้น พร้อมกับการบีบภาคประชาชนไปใช้คลื่นวิทยุชุมชนในสัดส่วนที่รัฐต้องการสำรองไว้ 20 เปอร์เซ็นต์เมื่อมีการจัดสรรคลื่นใหม่
สภาองค์วิทยุ-โทรทัศน์ท้องถิ่นแห่งชาติจึงต้องเบนเข็มการต่อสู้จากเดิมที่มุ่งเป้าไปยังการทำงานของ กทช. ในเรื่องของการลงทะเบียน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการถอนตัวในแกนนำองค์กรบางกลุ่ม พร้อมกับคำพูดทิ้งท้ายว่าจุดยืนของ “วิโรจน์ พูลสุข” เปลี่ยนไป มิหนำซ้ำยังมีการโจมตีว่าผู้นำสภาองค์กรวิทยุ-โทรทัศน์ท้องถิ่นแห่งชาติมาจากฝ่ายการเมือง มีเจตนาแอบแฝงในการเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องสิทธิของภาคประชาชน
แต่สุดท้าย ความกินแหนงแคลงใจ และคำพูดทิ้งท้ายได้สะท้อนความคิดของผู้พูดได้อย่างชัดเจนว่า การเปลี่ยนแปลงจุดยืนของผู้นำสภาองค์กรวิทยุ-โทรทัศน์ท้องถิ่นแห่งชาตินั้น กลายเป็นการเปลี่ยนแปลงจุดยืนที่เข้าทางของกลุ่มทุนที่ต้องการให้มีการประมูลคลื่นความถี่ อันเป็นหลักการที่กลุ่มทุนมีเงินเพียงพอต่อการประมูลยินดีที่จะเข้าสู่สนามของการประมูลเพื่อปิดทางภาคประชาชนผู้ซึ่งมีข้อจำกัดในเรื่องของเงินประมูล
วันที่ 20 สิงหาคม 2552 จึงเกิดการรวมตัวครั้งสำคัญของการเปลี่ยนแปลงจุดยืนสภาองค์กรวิทยุ-โทรทัศน์ท้องถิ่นอีกชาติ เมื่อ “วิโรจน์ พูลสุข” นัดรวมตัวกันต้านการประมูลคลื่นความถี่ภายใต้ยุทธศาสตร์ของ “สรายุทธ์ บุญเลิศกุล” มือกฎหมายที่ยกร่างกฎหมายจัดสรรคลื่นความถี่ฉบับภาคประชาชน
และวันที่ 20 สิงหาคม 2552 เป็นวันของการประกาศความชัดเจนของวิทยุธุรกิจ เมื่อ “วิโรจน์ พูลสุข” และ“กนกศักดิ์ ลิขิตไพรวัลย์” นำมวลชนเข้าพบคณะกรรมการ กทช. ขอความชัดเจนในการลงทะเบียนวิทยุธุรกิจแยกจากวิทยุชุมชน
ถ้อยแถลงของศาสตราจารย์เศรษฐพร คูศรีพิท้กษ์ กทช. ยืนยันสิทธิของภาคประชาชนในการประกอบกิจการวิทยุธุรกิจ ไม่จำเป็นต้องจดแจ้งเป็นวิทยุชุมชน ทำให้ภาคประชาชนกลับไปที่ตั้งด้วยความเชื่อมั่น.

